Skip to main content

ร้านแอร์ สมุทรปราการ ช่างแอร์ ล้างแอร์ ซ่อมแอร์ ติดแอร์ – วันแอร์ คอนดิชั่นเนอร์

แอร์รั่ว ควรซ่อม หรือแค่ล้างก็พอ 

แอร์รั่วทำไงดี ถามช่างแอร์

1. อาการแบบไหน “แค่ล้าง” ก็หาย?

ส่วนใหญ่แอร์ที่ใช้งานมา 6 เดือนถึง 1 ปี แล้วเริ่มรู้สึกว่า ลมเบา ลมออกไม่สม่ำเสมอ หรือมีกลิ่นอับ แต่มือไปอังที่หน้ากากแอร์แล้วยังรู้สึกว่าลมมีความเย็นอยู่บ้าง แบบนี้มักเกิดจากฝุ่นและเมือกไปอุดตันที่แผงคอยล์เย็นและโพรงกระรอกครับ

  • วิธีสังเกต: ลองเปิดหน้ากากแอร์ดูฟิลเตอร์ ถ้าฝุ่นหนาเตอะ หรือส่องไฟฉายเข้าไปเห็นใบพัดข้างในมีก้อนฝุ่นเกาะเต็มไปหมด การล้างแอร์แบบละเอียด (ถลุงฉีดคอยล์เย็นและเป่าคอยล์ร้อน) จะช่วยให้การแลกเปลี่ยนความร้อนกลับมาทำงานได้ปกติ แอร์จะกลับมาฉ่ำเหมือนใหม่ทันที

2. อาการแบบไหนคือ “แอร์รั่ว” แน่นอน?

ถ้าแอร์ของคุณเปิดแล้ว มีแต่ลมเปล่าๆ เหมือนพัดลม ไม่มีไอเย็นเลย หรือเย็นแค่ช่วงแรกๆ หลังเติมน้ำยาแล้วผ่านไปไม่กี่วันก็ร้อนอีก แบบนี้คืออาการ “น้ำยาขาด” ซึ่งมีสาเหตุเดียวคือ ระบบรั่ว ครับ (เพราะปกติระบบแอร์เป็นระบบปิด น้ำยาจะไม่มีวันหมดเอง)

  • จุดที่มักรั่ว:

    • คอยล์เย็น: มักเกิดจาก “คอยล์รู” หรือการกัดกร่อนจนท่อทองแดงทะลุเป็นรูมด

    • คอยล์ร้อน: อยู่ภายนอกอาคาร รับแดดรับฝนจนเกิดสนิมหรือการสั่นสะเทือนทำให้จุดเชื่อมแตก

    • จุดเชื่อมต่อ/แฟลร์: หัวแฟลร์หลวมหรือขันไม่แน่น ทำให้น้ำยาซึมออกทีละน้อย


คำแนะนำจากช่าง: ซ่อม หรือ ล้าง?

หากแอร์รั่ว “การล้าง” ไม่ช่วยอะไรครับ และการ “เติมน้ำยา” โดยไม่หาจุดรั่ว ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เสียเงินฟรีในระยะยาวครับ

เกณฑ์การตัดสินใจซ่อม:

  1. ถ้าแอร์ยังใหม่ (ไม่เกิน 5 ปี): แนะนำให้ “หาจุดรั่วและซ่อม” ครับ เพราะคอมเพรสเซอร์ยังดีอยู่ การเชื่อมปะหรือเปลี่ยนอะไหล่บางจุดคุ้มค่ากว่าการซื้อใหม่

  2. ถ้าแอร์เก่ามาก (10 ปีขึ้นไป): หากรั่วที่แผงคอยล์เย็น (ซึ่งค่าอะไหล่สูง) ผมมักจะแนะนำให้ “เปลี่ยนเครื่องใหม่” ครับ เพราะเทคโนโลยีเก่ากินไฟมากกว่า และเมื่อซ่อมจุดนี้เสร็จ อีกไม่นานจุดอื่นก็อาจจะรั่วตามมาตามอายุการใช้งาน

สรุป

ถ้าแอร์ไม่เย็น ให้ช่างมา “เช็คแรงดันน้ำยา” ก่อนครับ

  • ถ้าน้ำยาเต็ม = แอร์สกุล/ตัน -> ล้างแอร์

  • ถ้าน้ำยาพร่อง/หมด = ต้องหาจุดรั่วและซ่อม (ห้ามแค่เติมน้ำยาแล้วปล่อยผ่าน)


ติดต่อ บริษัทล้างแอร์ สมุทรปราการ